ข้อบังคับสมาคมธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทย

สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 และอยู่ในการควบคุม ดูแลของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

     

 

หมวดที่ 1
บทความทั่วไป

 

 

ข้อ 1.

ชื่อของสมาคมการค้า สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า “สมาคมธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทย” เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า “The Association of Thai Internet Industry” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Association of Thai Internet Industry” คำว่า “สมาคม” ต่อไปในข้อบังคับนี้ ให้หมายความถึง “สมาคมธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทย”

 

 

ข้อ 2.

สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา ถนนบางนา-ตราด กม. 26 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10540

 

 

ข้อ 3.

ตราของสมาคม มีเครื่องหมายเป็นรูปดังนี้

 

     

 

หมวดที่
วัตถุประสงค์

 

 

ข้อ 4.

สมาคมนี้มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

 

 

 

(1)

 

ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต โดยมีการค้าและการบริการเครื่องจักรอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต บริการอินเทอร์เน็ต พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกิจการเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตทุกประเภท

(2)

 

แลกเปลี่ยน เผยแพร่ วินิจฉัย ความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นระหว่างสมาชิกและกับบุคคลภายนอกในทางวิชาการ ข่าวสารการค้าการวิจัย เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต

(3)

 

ให้คำแนะนำ ร่วมมือ ในทางสร้างสรรค์กับสมาคมอื่นที่มีวัตถุประสงค์เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ตลอดจนผู้ประกอบการค้าเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งให้ความร่วมมือกับรัฐบาล องค์การของ รัฐบาล เพื่อการพัฒนา ค้นคว้า เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต

(4)

 

สนับสนุนช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคขัดข้องต่างๆ ในการประกอบวิสาหกิจตามวัตถุประสงค์ ดังที่ระบุในหมวดที่ 2 รวมทั้งเป็นตัวแทน ในการเจรจา ทำความตกลงกับบุคคลภายนอก เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันและเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก

(5)

 

ศึกษา วิจัย ประเมินผล และรวบรวมข้อมูลในวิสาหกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ทั้งด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ ตามวัตถุที่ประสงค์ดังที่ระบุในหมวดที่ 2 เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนา แก้ไขวิสาหกิจของสมาชิกให้ทันสมัยรุดหน้า ตลอดจนติดตามความเคลื่อนไหวของวงการการค้าอินเทอร์เน็ตทั้งในและนอกประเทศ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและประเทศชาติในด้านการค้า การอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ

(6)

 

ส่งเสริม เผยแพร่ ความรู้ เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแก่ประชาชนเพื่อความ เข้าใจอันดีในประโยชน์ของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายและขยายตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

(7)

 

ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบวิสาหกิจของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยี้

(8)

 

ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคล ภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ

(9)

 

ให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิกในด้านสวัสดิการ เท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

(10)

 

ไม่มีวัตถุประสงค์จัดตั้งโต๊ะสนุ๊กเกอร์หรือโต๊ะบิลเลียด

 

     

 

หมวดที่ 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ

 

 

ข้อ 5.

ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมการค้าแบ่งออกเป็นสามประเภท และ มีคุณสมบัติดังนี้คือ

 

 

 

(1)

 

สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจประเภท เกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ อาทิ บริการอินเทอร์เน็ต บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ต ฝึกอบรมอินเทอร์เน็ต สิ่งพิมพ์อินเทอร์เน็ต โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่าน อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

(2)

 

สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิกและผู้นั้นตอบรับคำเชิญ

(3)

 

สมาชิกสมทบ ได้แก่นิติบุคคลหรือสถาบันองค์กรที่สนใจเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ตและได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบตามข้อบังคับของสมาคมและสมาคมได้รับเข้าเป็นสมาชิกสมทบ

 

 

ข้อ 6.

คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของสมาคมการค้านอกจากคุณสมบัติตามข้อ 5 แล้วยังต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้คือ

 

 

 

(1)

 

ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา

 

 

1.

 

เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

2.

 

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือน ไร้ความสามารถ

3.

 

ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่าความผิด ลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท

4.

 

ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม

5.

 

เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร

6.

 

เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

(2)

 

ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

 

 

1.

 

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

2.

 

มีฐานะมั่นคงพอสมควร

3.

 

มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเป็นหลักใหญ่

4.

 

มีนโยบายที่สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสมาคม

 

 

ข้อ 7.

การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าสมาชิกสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองอย่างน้อยสองคน

 

 

ข้อ 8.

การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการนำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไป ครั้งแรกหลังจากที่ได้รับ ใบสมัครเมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันลงมติ

 

 

ข้อ 9.

วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ผ่านการอนุมัติตาม ข้อ 8. และได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงประจำปีของสมาคมเรียบร้อยแล้ว

 

 

ข้อ 10.

สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล ต้องแต่งตั้งผู้แทนหรือตัวแทนซี่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำกิจการแทนนิติบุคคลนั้นได้ไม่เกินสองคน เพื่อปฎิบัติการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้เพียงเท่าที่สมาชิกสามัญรายหนึ่งจะพึงมี ในการนี้ผู้แทนหรือตัวแทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้

 

 

 

 

 

 

บุคคลธรรมดาคนหนึ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนหรือตัวแทนที่มีอำนาจกระทำการแทนสมาชิกสามัญที่เป็นนิติบุคคลไม่เกินหนึ่งราย

 

 

ข้อ 11.

การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้

 

 

 

(1)

 

ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

(2)

 

ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6

(3)

 

ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการเห็นชอบ

(4)

 

ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย

(5)

 

ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

(6)

 

ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

(7)

 

คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ดังต่อไปนี้

 

 

1.

 

กระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา

2.

 

กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา

3.

 

ไม่ชำระเงินค่าบำรุงใดๆ ที่สมาคมฯ กำหนดและได้รับใบเตือนจาก เจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว

4.

 

ประพฤติหรือปฏิบัติตนไม่เหมาะสมกับจารีตประเพณีอันดีงามของสังคมทั่วๆ ไป

 

 

ข้อ 12.

ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคมโดยอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้

 

 

 

(1)

 

ชื่อและสัญชาติของสมาชิก

(2)

 

ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ

(3)

 

ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก

(4)

 

วันที่เข้าเป็นสมาชิก

 

 

 

 

 

หมวดที่ 4
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

 

 

ข้อ 13.

สิทธิของสมาชิก

 

 

 

(1)

 

ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้

(2)

 

เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมดังที่ระบุในหมวดที่ 2 เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม

(3)

 

ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ

(4)

 

เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการเสนอญัตติ ในการประชุมใหญ่สมาชิก

(5)

 

มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

(6)

 

สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่และได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ

 

 

ข้อ 14.

หน้าที่ของสมาชิก

 

 

 

(1)

 

ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมตามมติของที่ประชุมใหญ่ ตามมติของ คณะกรรมการและตามหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด

(2)

 

ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อประชุมหรือวิธีการของสมาคม ไม่เปิดเผยข้อความ ซึ่งอาจจะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมโดยเด็ดขาด

(3)

 

ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ

(4)

 

ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรม ระหว่างสมาชิกและปฎิบัติการค้า อย่างมีจริยธรรมและซื่อสัตย์สุจริต

(5)

 

ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด

(6)

 

สมาชิกผู้ใดเปลี่ยน ชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

หมวดที่ 5
ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก
และค่าบำรุงสมาคม

 

 

ข้อ 15.

ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม

 

 

 

(1)

 

สมาชิกสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000.- บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

(2)

 

สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

(3)

 

สมาชิกสมทบต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,000.- (หนึ่งพันบาทถ้วน)

 

 

ข้อ 16.

ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

 

 

ข้อ 16.1

ค่าบำรุงประจำปี สมาคมฯ จะเรียกเก็บค่าบำรุงประจำปีเป็นจำนวนเท่าใด ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมดเป็นครั้งคราว

 

 

 

 

 

หมวดที่ 6
คณะกรรมการของสมาคม

 

 

ข้อ 17.

ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงาน ให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์ของสมาคม และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกสามัญซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มีจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน และไม่เกินสามสิบคน

 

 

 

เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับ โดยให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้าสมัคร รับเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่โดยมีสมาชิกสามัญอื่นรับรองไม่น้อยกว่าสองคน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการตามจำนวน ที่กำหนดไว้ในวรรคแรกตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ ถ้ามีผู้ใดได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้น ให้ที่ประชุมลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก

 

 

 

ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนึ่งคน อุปนายกไม่เกินเจ็ดคน เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ ตำแหน่งละหนึ่งคน และตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสมด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่จะได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร

 

 

 

คณะกรรมการของสมาคม อยู่ในตำแหน่งกรรมการได้คราวละสองปี การนับวาระกรรมการให้เริ่มนับแต่วันที่ประชุมใหญ่มีมติเลือกตั้ง

 

 

 

ภายใต้บังคับของมาตรา 19 และ 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการไปแล้ว อาจได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกก็ได้

 

 

ข้อ 18.

การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

 

 

 

(1)

 

ตาย

(2)

 

ครบกำหนดออกตามวาระ

(3)

 

ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออกเฉพาะตำแหน่งตามข้อ 17 วรรคสาม

(4)

 

ขาดจากสมาชิกภาพ

(5)

 

ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ

(6)

 

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

(7)

 

ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

 

 

 

ในกรณีที่ผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นนิติบุคคลตามข้อ 10 ที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตายหรือพ้นตำแหน่งผู้แทนของสมาชิกนั้น ผู้แทนคนที่ 2 ของสมาชิกรายนั้นๆ จะเข้าเป็นกรรมการแทนได้ โดยให้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้ง

 

 

ข้อ 19.

กรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ

 

 

 

คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ แต่กรรมการ ที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของผู้ที่ตนแทน

 

 

 

กรณีคณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้กรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งนั้นดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

 

 

คณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของ คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป

 

 

ข้อ 20.

องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม

 

 

ข้อ 21.

มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

 

 

 

ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและหรือข้อบังคับนี้ ให้ถือว่ามตินั้นใช้บังคับมิได้

 

 

ข้อ 22.

ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคม ไม่อยู่หรือไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกปฎิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายก
ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการผู้หนึ่งทำหน้าที่แทน

 

 

ข้อ 23.

การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวัน นับแต่วันเลือกตั้งและส่งมอบหน้าที่ ให้คณะกรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ รับจดทะเบียน

 

 

 

ในกรณีที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ ยังมิได้รับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังมิได้ส่งมอบหน้าที่ตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมต่อไปจนกว่านายทะเบียนสมาคมการค้าฯ จะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่และคณะกรรมการชุดใหม่นั้นเข้ารับหน้าที่แล้ว

 

 

ข้อ 24.

อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้

 

 

 

(1)

 

จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตาามข้อบังคับและ มติของที่ประชุม

(2)

 

เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการ

(3)

 

วางระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์

(4)

 

ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งปวงในการทำกิจการเฉพาะอย่างหรือพิจารณาเรื่องต่างๆ อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของสมาคมเพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย อนุกรรมการดังกล่าวจะแต่งตั้งจากกรรมการ หรือสมาชิกของสมาคมหรือบุคคลภายนอกก็ได้

 

 

ข้อ 25.

อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่างๆ มีดังนี้

 

 

 

(1)

 

นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการเพื่อให้การดำเนินการของสมาคมเป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบการในการปฎิบัติงานของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่

(2)

 

อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมและเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้

(3)

 

เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่างๆ ของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(4)

 

เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคมตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(5)

 

นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่างๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

(6)

 

ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานด้านต่างๆ ของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่
คณะกรรมการจะได้มอบหมาย

 

 

ข้อ 26.

ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

 

 

 

 

หมวดที่ 7
การประชุมใหญ่

 

 

ข้อ 27.

การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อย ทุกระยะสิบสองเดือน การประชุมเช่นนี้เรียกว่าการประชุมใหญ่สามัญ

 

 

 

การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมใหญ่ตามวรรคก่อนเรียกว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ

 

 

ข้อ 28.

กำหนดการประชุมใหญ่่

 

 

 

(1)

 

ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชีของสมาคมเป็นประจำทุกๆ ปี

(2)

 

ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควรหรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยไปกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แสดงความจำนง โดยทำการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ

 

 

ข้อ 29.

การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวันเวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

 

 

 

การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรก ให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว (ถ้ามี) ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลรวมทั้งสำเนาบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วเพิ่มเติมไปด้วย

 

 

ข้อ 30.

องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญหรือ ผู้แทนหรือตัวแทนมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็น องค์ประชุม

 

 

ข้อ 31.

กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้น ได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชุมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุมวัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่ง ภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม

 

 

ข้อ 32.

ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

 

 

ข้อ 33.

วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญหรือผู้แทน หรือตัวแทน เท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกสามัญหรือผู้แทนหรือตัวแทนคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียงตลอดเวลาไม่ว่าจะตั้งผู้แทนหรือตัวแทนกี่คนก็ตาม

 

 

 

ในการประชุมใหญ่ใดๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน ให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ หรือวิธีการอื่นใดอันเป็นการเปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่ง การชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือมีสมาชิกสามัญสองคนเป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ

 

 

ข้อ 34.

มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็นประธานประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

 

 

ข้อ 35.

กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้

 

 

 

(1)

 

รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

(2)

 

พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี (ถ้ามี)

(3)

 

พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถ้ามี)

(4)

 

เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปีที่ครบวาระ)

(5)

 

เลือกตั้งที่ปรึกษาของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน (ถ้ามี)

(6)

 

กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่

 

 

ข้อ 36.

การจัดทำรายงาน บันทึกประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ การประชุมสมาชิกอื่นๆ และการประชุมอนุกรรมการ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในคราวที่มีการประชุมครั้งต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองแล้วสมาชิกจะดูได้ในวันและเวลาทำการ

 

 

 

 

 

หมวดที่ 8
การเงิน เงินทุนพิเศษ
และการบัญชีของสมาคม

 

 

ข้อ 37.

วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมการค้า

 

 

ข้อ 38.

การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้น แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

 

 

 

งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี

 

 

 

เมื่อเสนองบดุล ให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย

 

 

 

ให้สมาคมส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไปยัง นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มี การประชุมใหญ่

 

 

 

อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่ สำนักงานของสมาคม เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

 

 

ข้อ 39.

อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคมและมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น

 

 

ข้อ 40.

การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก

 

 

ข้อ 41.

การเงินของสมาคม รายได้ของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยแห่งใดแห่งหนึ่ง ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการ

 

 

 

ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน

 

 

 

การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของ นายกสมาคมหรืออุปนายก หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายโดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการลงนามร่วมกับเหรัญญิก

 

 

ข้อ 42.

การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

 

 

 

ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป

 

 

ข้อ 43.

เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

 

 

 

 

 

หมวดที่ 9
การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม
และการชำระบัญชี

 

 

ข้อ 44.

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

 

 

ข้อ 45.

การเลิกสมาคม

 

 

 

(1)

 

เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

(2)

 

เมื่อล้มละลาย

(3)

 

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

 

 

ข้อ 46.

การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ 45 การชำระบัญชีของสมาคมให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 มาใช้บังคับ

 

 

 

ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 45(1) ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 45(3) ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการ ชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้ชำระบัญชี

 

 

 

 

 

หมวดที่ 10
บทเฉพาะกาล

 

 

ข้อ 47.

เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานครได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคนทำหน้าที่คณะกรรมการ (ชั่วคราว) จนกว่าจะได้ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว

 

 

 

ภายใต้บังคับแห่งความในวรรคแรก กรณีที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกในช่วงเวลาน้อยกว่าสามเดือน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม ให้ถือเอาวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมเป็นวันตั้งต้นคำนวณวาระกรรมการตามข้อ 17 วรรคสี่

 

 

ข้อ 48.

เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับข้อ 7 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทุกคนทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

 

 

ข้อ 49.

ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมเป็นต้นไป

 

Back to top

© Copyright Atii.Or.th All rights reserved.
ATII : สมาคมธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทย.